การปลูกข้าวโพดหวานคำแนะนำโดยนายโกศล สันติภาตะนันท์ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านวังน้ำผึ้ง ตำบลวังจันทร ์ อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
ลักษณะทั่วไปข้าวโพดหวานเป็นพืชอายุสั้น สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกในระยะสั้นๆ กล่าวคือ มีอายุประมาณ 75 วัน ดังนั้น ข้าวโพดหวานนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญต่อไปในอนาคตตลอดถึงมีการประกันราคาไว้ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกสามารถคำนวนรายได้ก่อนตัดสินใจปลูกการปลูก1. สภาพพื้นที่- ปลูกได้ทุกภาพของประกาศที่ใกล้แหล่งน้ำสะอาด- พื้นที่ราบสม่ำเสมอมีความลาดเอียงไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์- ไม่มีน้ำท่วมขัง- ห่างไกลจากแหล่งมลพิษ- การคมนาคมสะดวกสามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้รวดเร็ว2. ลักษณะดิน- ดินร่วน ดินเหนียวปนทราย หรือดินร่วนปนทราย- ความอุดมสมบูรณ์สูงมีอินทรีย์วัตถุสูงกว่า 1.5 เปอร์เซ็นต์- การระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี- ระดับหน้าดินลึก 25 – 30 เซนติเมตร- ค่าความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 5.5 – 6.8 3. อุณหภูมิ อากาศ- อุณหภูมิเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต 24- 28 องศาเซลเซียล ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียล อาจมีปัญหาในการผสมเกสรทำให้การติดเมล็ดไม่ดีเท่าที่ควร- ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ- มีแสงแดดจัด4. แหล่งน้ำ- มีน้ำเพียงพอสำหรับใช้เมื่อจำเป็น- ต้องเป็นน้ำสะอาดปราศจากสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่มีสารพิษปนเปื้อน5. วางแผนการผลิตข้าวโพดหวานเป็นพืชบริโภคสดสามารถปลูกได้ตลอดปีจำเป็นต้องวางแผนการผลิตเพื่อรักษาคุณภาพดังนี้-ควรติดต่อโรงงานหรือผู้รวบรวมผลผลิตไว้ล่วงหน้า-ผลผลิตให้มีปริมาณและคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของโรงงานและตลาดพันธุ์ การเลือกพันธุ์-ผลผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานตรงตามที่โรงงานหรือตลาดต้องการ-เจริญเติบโตเหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศพันธุ์ที่นิยมปลูก-บิ๊ก 3-เอส 5-ซูการ์ 75-บิ๊ก 12การปลูกฤดูกาลปลูก-ปลูกได้ตลอดทั้งปี ถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับใช้เมื่อจำเป็น-ช่วงปลูกที่ให้ผลผลิตสูงมีคุณภาพดี ควรอยู่ในฤดูหนาวระหว่างเดือน ตุลาคม – มกราคม หรือดินฤดูฝน เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม การเตรียมดิน-ไถตากดิน ไว้ 7-15 วัน-ยกร่องปลูก ใช้รถไถเดินตามระหว่างร่อง 75-80 เซนติเมตร ระหว่างต้น 25 – 30 เซนติเมตรการใช้ปุ๋ยเคมีครั้งที่ 1 ก่อนหยอดเมล็ดพันธุ์ต้องหว่านปุ๋ยรองพื้นสูตร 15-15-15 หรือ 16-20-0 ไร่ละ 25-50 กก.ครั้งที่ 2 ข้าวโพดอายุได้ 30 วัน ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ผสมยูเรีย หรือสูตร 25-7-7 อัตราไร่ละ 25-50 กก. และไถกลบโคนข้าวโพดเมื่ออายุข้าวโพดได้ 30 วันครั้งที่ 3 ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ผสมสูตร 15-15-15 อัตราไร่ละ 20-30 กก. ใส่ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวข้าวโพดประมาณ 10-12 วัน
การให้น้ำ ใช้น้ำตามร่องข้าวโพด ใส่ทุก 7-10 วัน หรือดูตามสภาพดิน สภาพอากาศการดูแลรักษา ฉีดพ่นปุ๋ยเกร็ดเมื่ออายุข้าวโพดได้ประมาณ 30-45 วัน อย่างน้อย 2 ครั้ง การป้องกันกำจัดวัชพืช-โดยการฉีดพ่นยาคุมหลังจากการให้น้ำเมื่ออายุข้าวโพดได้ 3-4 วัน โดยดินหมาดๆ ใช้อาทาร์ซีน ฉีดพ่น การป้องกันกำจัดแมลง ถ้ามีศัตรูกวนก็ควรฉีดยาฆ่าแมลงโดยใช้ยา ไซเปอร์เมลิน 35 ฉีดพ่น เพื่อพบหนอนระบาดในแปลงข้าวโพดการเก็บเกี่ยวระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม1. เก็บเกี่ยว 18-20 วัน หลังออกใหม่ 50%2. สังเกตจากสีของไหมจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข็ม3. เมื่อใช้มือบีบส่วนปลายฝักจะยุบตัวได้ง่าย4. เมื่อฉีดเปลือกข้าวโพดฝักบนสุดเมล็ดจะมีสีเหลองอ่อน ถ้าใช้เล็บกดที่เมล็ดปลายฝักมีน้ำนมไหลออกมาแสดงว่าอีกสองวันจะต้องเก็บเกี่ยวการตลาด ข้าวโพดหวานเป็นพืชอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกโดยบรรจุกระป๋องและแช่แข็งในรูปของเมล็ดฝัก และข้าวโพดครีม ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกปีละประมาณ 200,000 ไร่ ได้ผลผลิตฝักสดทั้งเปลือก รวม 346,000 ตัน มีปริมาณการส่งออกรวม 37,000 ตัน มูลค่า 1,028 ล้านบาท การส่งออกข้าวโพดหวานชนิดต่างๆ ไปจำหน่ายต่างประเทศจำเป็นต้องศึกษาและจัดลำดับความสำคัญของระเบียบการนำเข้าของประเทศต่างๆ ดังนั้น เพื่อผลักดันให้ข้าวโพดหวานส่งออกจำหน่ายต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เกษตรกรและผู้ส่งออกต้องร่วมมือในการยกระดับหรือปรับปรุงมาตรฐานการผลิตให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ซื้อ
ลักษณะทั่วไปข้าวโพดหวานเป็นพืชอายุสั้น สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกในระยะสั้นๆ กล่าวคือ มีอายุประมาณ 75 วัน ดังนั้น ข้าวโพดหวานนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญต่อไปในอนาคตตลอดถึงมีการประกันราคาไว้ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกสามารถคำนวนรายได้ก่อนตัดสินใจปลูกการปลูก1. สภาพพื้นที่- ปลูกได้ทุกภาพของประกาศที่ใกล้แหล่งน้ำสะอาด- พื้นที่ราบสม่ำเสมอมีความลาดเอียงไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์- ไม่มีน้ำท่วมขัง- ห่างไกลจากแหล่งมลพิษ- การคมนาคมสะดวกสามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้รวดเร็ว2. ลักษณะดิน- ดินร่วน ดินเหนียวปนทราย หรือดินร่วนปนทราย- ความอุดมสมบูรณ์สูงมีอินทรีย์วัตถุสูงกว่า 1.5 เปอร์เซ็นต์- การระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี- ระดับหน้าดินลึก 25 – 30 เซนติเมตร- ค่าความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 5.5 – 6.8 3. อุณหภูมิ อากาศ- อุณหภูมิเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต 24- 28 องศาเซลเซียล ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียล อาจมีปัญหาในการผสมเกสรทำให้การติดเมล็ดไม่ดีเท่าที่ควร- ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ- มีแสงแดดจัด4. แหล่งน้ำ- มีน้ำเพียงพอสำหรับใช้เมื่อจำเป็น- ต้องเป็นน้ำสะอาดปราศจากสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่มีสารพิษปนเปื้อน5. วางแผนการผลิตข้าวโพดหวานเป็นพืชบริโภคสดสามารถปลูกได้ตลอดปีจำเป็นต้องวางแผนการผลิตเพื่อรักษาคุณภาพดังนี้-ควรติดต่อโรงงานหรือผู้รวบรวมผลผลิตไว้ล่วงหน้า-ผลผลิตให้มีปริมาณและคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของโรงงานและตลาดพันธุ์ การเลือกพันธุ์-ผลผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานตรงตามที่โรงงานหรือตลาดต้องการ-เจริญเติบโตเหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศพันธุ์ที่นิยมปลูก-บิ๊ก 3-เอส 5-ซูการ์ 75-บิ๊ก 12การปลูกฤดูกาลปลูก-ปลูกได้ตลอดทั้งปี ถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับใช้เมื่อจำเป็น-ช่วงปลูกที่ให้ผลผลิตสูงมีคุณภาพดี ควรอยู่ในฤดูหนาวระหว่างเดือน ตุลาคม – มกราคม หรือดินฤดูฝน เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม การเตรียมดิน-ไถตากดิน ไว้ 7-15 วัน-ยกร่องปลูก ใช้รถไถเดินตามระหว่างร่อง 75-80 เซนติเมตร ระหว่างต้น 25 – 30 เซนติเมตรการใช้ปุ๋ยเคมีครั้งที่ 1 ก่อนหยอดเมล็ดพันธุ์ต้องหว่านปุ๋ยรองพื้นสูตร 15-15-15 หรือ 16-20-0 ไร่ละ 25-50 กก.ครั้งที่ 2 ข้าวโพดอายุได้ 30 วัน ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ผสมยูเรีย หรือสูตร 25-7-7 อัตราไร่ละ 25-50 กก. และไถกลบโคนข้าวโพดเมื่ออายุข้าวโพดได้ 30 วันครั้งที่ 3 ปุ๋ยสูตร 46-0-0 ผสมสูตร 15-15-15 อัตราไร่ละ 20-30 กก. ใส่ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวข้าวโพดประมาณ 10-12 วัน
การให้น้ำ ใช้น้ำตามร่องข้าวโพด ใส่ทุก 7-10 วัน หรือดูตามสภาพดิน สภาพอากาศการดูแลรักษา ฉีดพ่นปุ๋ยเกร็ดเมื่ออายุข้าวโพดได้ประมาณ 30-45 วัน อย่างน้อย 2 ครั้ง การป้องกันกำจัดวัชพืช-โดยการฉีดพ่นยาคุมหลังจากการให้น้ำเมื่ออายุข้าวโพดได้ 3-4 วัน โดยดินหมาดๆ ใช้อาทาร์ซีน ฉีดพ่น การป้องกันกำจัดแมลง ถ้ามีศัตรูกวนก็ควรฉีดยาฆ่าแมลงโดยใช้ยา ไซเปอร์เมลิน 35 ฉีดพ่น เพื่อพบหนอนระบาดในแปลงข้าวโพดการเก็บเกี่ยวระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม1. เก็บเกี่ยว 18-20 วัน หลังออกใหม่ 50%2. สังเกตจากสีของไหมจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข็ม3. เมื่อใช้มือบีบส่วนปลายฝักจะยุบตัวได้ง่าย4. เมื่อฉีดเปลือกข้าวโพดฝักบนสุดเมล็ดจะมีสีเหลองอ่อน ถ้าใช้เล็บกดที่เมล็ดปลายฝักมีน้ำนมไหลออกมาแสดงว่าอีกสองวันจะต้องเก็บเกี่ยวการตลาด ข้าวโพดหวานเป็นพืชอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกโดยบรรจุกระป๋องและแช่แข็งในรูปของเมล็ดฝัก และข้าวโพดครีม ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกปีละประมาณ 200,000 ไร่ ได้ผลผลิตฝักสดทั้งเปลือก รวม 346,000 ตัน มีปริมาณการส่งออกรวม 37,000 ตัน มูลค่า 1,028 ล้านบาท การส่งออกข้าวโพดหวานชนิดต่างๆ ไปจำหน่ายต่างประเทศจำเป็นต้องศึกษาและจัดลำดับความสำคัญของระเบียบการนำเข้าของประเทศต่างๆ ดังนั้น เพื่อผลักดันให้ข้าวโพดหวานส่งออกจำหน่ายต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เกษตรกรและผู้ส่งออกต้องร่วมมือในการยกระดับหรือปรับปรุงมาตรฐานการผลิตให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ซื้อ